หลักสูตรอบรม, หลักสูตรสัมมนา                      
Top Service Training
ติดต่อ กรอกข้อมูลการจองสัมมนา
Coaching Talk
Coaching Talk

ผลงานหนังสือ อ.ทวีวรรณ


ผู้จัดการมือใหม่ ปั้นได้

30 วิธีสร้างสรรค์งานบริการให้น่าประทับใจ


         

taweewan's diary


ปัจจัยสำคัญของการรักษาและพัฒนาบุคลากรให้พร้อมตั้งรับและก้าวไปข้างหน้าทั้งทีม

 

ปัจจัยสำคัญของการรักษาและพัฒนาบุคลากรให้พร้อมตั้งรับและก้าวไปข้างหน้าทั้งทีม

เขียนโดย ทวีวรรณ กมลบุตร
วิทยากรและที่ปรึกษาด้านบริการ CEM
kamonbutr@hotmail.com kamonbutr@hotmail.com อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้

ช่วงต้นปีนี้บอกได้ว่า มีหลาย ๆ องค์กร ให้โจทย์สำหรับวิทยากร หรือบริษัทที่จัดสัมมนาในเรื่อง ปัจจัยสำคัญของการการรักษาและพัฒนาบุคลากร ให้พร้อมตั้งรับกับภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน และพัฒนาศักยภาพพนักงานให้ช่วยสร้างประสิทธิผลของการทำงานให้เดินหน้า ลุยได้อย่างแข็งแรง โดยไม่ใช่เก่งเพียงคนเดียวแต่ต้องเก่งทั้งทีม

ด้วยใจจริงแล้ว ไม่อยากให้การถ่ายทอดความรู้ส่งผ่านเฉพาะช่องทางการจัดสัมมนา จึงขอถือโอกาสนี้ เขียนบทความที่ช่วยให้มุมมองการรักษาคนและพัฒนาบุคลากรให้กับองค์กรอีกด้านหนึ่งนะคะ...

เริ่มกันเลยนะคะ... จะได้ไม่เสียเวลาอ่านเยอะ... แต่ได้เนื้อ ๆ ของวิธีการไปลองคิดและทำจริงจังกันได้เลย

สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญของการรักษาและพัฒนาบุคลากรให้พร้อมตั้งรับและก้าวไปข้างหน้าทั้งทีม
1) ทำไมต้องรักษาบุคลากรที่มีเก่ง ดี มีความสามารถ ให้อยู่กับองค์กรให้นานที่สุด?
2) ฝึกพนักงานให้สร้างคำถาม และค้นหาคำตอบ ด้วยตัวเองและทีมงาน
3) พัฒนา EQ เพื่อบริหารอารมณ์อย่างฉลาด
ช่วยทำให้พนักงานมีความสุข ส่งผลต่อประสิทธผลของการทำงานที่เพิ่มขึ้น
4) สร้างวิถีการสื่อสารที่แข็งแรง ทั้งองค์กร
5) ปั้นคน ให้เก่งและเป็นคนดี
6) กลยุทธ์การรักษาบุคลากร
• ส่งเสริม
• ให้โอกาส
• เปิดรับความคิดเห็น
7) ให้ทรัพย์สินที่มีค่าให้ติดตัวพนักงาน
• สร้างการเรียนรู้ ให้ติดตัวพนักงาน
• ปั้นสติ ให้ติดตัวพนักงาน
• สร้างมุมมองคิดบวก ให้พนักงาน

มาเริ่มกันเลยนะคะ.. บุคลากร หรือพนักงานเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแรง ดังนั้น การพัฒนาและรักษาบุคลากรให้เป็นคนเก่ง คนดี ที่มีความสามารถ อยู่ช่วยพัฒนาองค์กรนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งปัจจัยความสำเร็จทั้ง 7 ข้อ จะช่วยทำให้เรามีความเข้าใจ เห็นความสำคัญ และดำเนินการทันที เพราะสิ่งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงภายในที่องค์กรสามารถสร้างสรรค์ได้ โดยทำให้องค์กรแข็งแรง เพื่อให้ฝ่ามรสุมของภาะเศรษฐกิจปัจจุบันไปได้อย่างดีเยี่ยม

1) ทำไมต้องรักษาบุคลากรที่มีเก่ง ดี มีความสามารถ ให้อยู่กับองค์กรให้นานที่สุด?
ทำไมต้องรักษาบุคลากรที่มีเก่ง ดี มีความสามารถ ให้อยู่กับองค์กรให้นานที่สุด?
เหตุผลคือ...
เพราะคนเป็นกลไกสำคัญขององค์กร ทำให้องค์กรเติบโตอย่างแข็งแรง เพราะพนักงานทุกคนเคลื่อนไหว จึงทำให้องค์กรมีชีวิตพร้อมเติบโตได้อย่างมีศักยภาพ


2) ฝึกพนักงานให้สร้างคำถาม และค้นหาคำตอบ ด้วยตัวเองและทีมงาน
เคยไหมคะ... เราในบทบาทที่เป็นหัวหน้า คอยตั้งคำถาม คอยหาวิธีการและป้อนให้ลูกน้อง รับรู้บ่อย ๆ ...
โดยที่เราพลาดไป ไม่ได้ฝึกให้ทีมของเรา หัดคิด เริ่มตั้งคำถาม หรือ คิดวิธีการในการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง ตรงนี้หล่ะค่ะ... เป็นจุดบอด... สำหรับหลาย ๆ องค์กร ที่ป้อน... มากเกินไป...

แน่นอนค่ะ... เราต้องการให้พนักงานเก่งเพิ่มขึ้น มีความสามารถมากขึ้น แต่วิธีคิดเป็นเรื่องสำคัญ...

3) พัฒนา EQ เพื่อบริหารอารมณ์อย่างฉลาด
ช่วยทำให้พนักงานมีความสุข ส่งผลต่อประสิทธผลของการทำงานที่เพิ่มขึ้น

เรื่อง EQ สำคัญไหม... สำคัญมากค่ะ... สำหรับเราทุกคน และเราใช้ EQ อยู่ในชีวิตประจำวันของเราเสมอ ดังนั้นเรามาทำความรู้จักและบริหาร EQ กันให้สนุกดีกว่า เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น

E.Q. (Emotional Quotient) ความฉลาดทางอารมณ์ คือความสามารถในการบริหารอารมณ์ให้เป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ มีความเข้าใจอารมณ์ของตนและผู้อื่น

ในช่วงนี้ พนักงานในทุกระดับ ในหลาย ๆ องค์กร หรือแม้แต่ประชาชนคนอื่น ๆ ตั้งแบกรับความเครียดกันมากมาย สำหรับพนักงาน อาจจะต้องแบกรับความเครียดเป็นสองเท่า ทั้งหน้าที่ความรับผิดชอบที่มากขึ้นในองค์กร และความรับผิดชอบต่อครอบครัว ซึ่งหากองค์กร เข้าใจและพยายามช่วยทำให้พนักงานได้
ผ่อนคลายได้มากขึ้น รู้สึกดีขึ้น มีรอยยิ้มมากขึ้นในการทำงาน มีเสียงหัวเราะบ้างในการทำงานร่วมกัน ก็จะเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน... สิ่งเหล่านี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเสริมสร้าง EQ ที่ดีให้เกิดขึ้นกับตัวพนักงาน และเชื่อไหมคะว่า... การทำงานอย่างมีความสุข จะส่งผลอย่างมหัศจรรย์กับผลงานที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน

4) สร้างวิถีการสื่อสารที่แข็งแรง ทั้งองค์กร
น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่ ไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องการสื่อสาร ซึ่งโดยแท้ที่จริงแล้ว เราใช้การสื่อสารตลอดเวลา ทุก ๆ วัน อาจเป็นเพราะเราใช้การสื่อสาร พูด ฟัง อ่าน เขียน กันอยู่ทุกวันอยู่แล้ว เราจึงเข้าใจว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้น เป็นการสื่อสารที่ดีอยู่แล้ว

แต่ถ้าเราลองถามตัวเองดี ๆ จะพบว่า จริงหรือเปล่านะ... ที่เราเคยพบปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสาร เช่น
ทำไม... บ่อยครั้ง ที่เราพูดมอบหมายงาน อธิบายงานไปแล้ว ลูกน้อง กลับจำผิด จำถูก?
หรือ ทำไมนะ... ที่ เราได้ฟังใครพูดแล้ว จับประเด็นความสำคัญได้ยาก หรือ ฟังแล้วไม่รู้เรื่อง?

เลยสงสัยว่าเป็นเพราะผู้ส่งสาร ที่สื่อให้เราเข้าใจได้ลำบาก หรือเป็นเพราะเราที่ต้องพัฒนาทักษะการสื่อสารให้ดีขึ้น

สิ่งที่อยากให้คำแนะนำคือการสื่อสารที่ได้ผล ควรทำให้เกิดการสื่อสาร 2 ทาง ทั้งผู้ส่งสาร หรือผู้พูดสื่อออกไปแล้ว ต้องตรวจสอบให้ดีว่าคนฟังเข้าใจตรงตามที่เราสื่อสารออกไปหรือไม่ ด้วยศิลปะการใช้คำถามในรูปแบบต่าง ๆ กับผู้ฟัง เพื่อให้ทราบความเข้าใจที่แท้จริง

สำหรับองค์กรแล้ว การสื่อสาร 2 ทางเป็นเรื่องสำคัญ เราสามารถสร้างวิถีการสื่อสารที่มีประสิทธิผลได้อย่างง่าย ๆ โดยเริ่มต้นที่หัวหน้างานสื่อสารกับลูกน้อง การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญมาก ที่ต้องทำให้เกิดประสิทธิผล ซึ่งสามารถใช้การสื่อสารสร้างสรรค์ประโยชน์ คุณค่าได้หลายรูปแบบดังนี้
• สื่อสาร ในการสร้างความชื่นชมลูกน้อง เมื่อทำงานได้ผลงานดี ควรชื่นชมให้กำลังใจ
• สื่อสาร ในการให้ Feedback เพื่อการพัฒนาให้ดีขึ้น เพื่อตัวพนักงานและผลสำเร็จของงานที่ดีขึ้น
• สื่อสาร ในการโค้ช สอนงานให้คำแนะนำ เพื่อทำให้เกิดผลการทำงานดีขึ้น พร้อมการพัฒนาทักษะ
• สื่อสาร ในการประชุม ที่ต้องจับประเด็นการประชุม สรุปจบ และจัดการดำเนินการเรื่องต่าง ๆ ให้ได้ผลคืบหน้า มากกว่าการมาประชุมซ้ำเรื่องเดิม ๆ
• สื่อสาร ทางบวก สร้างขวัญและกำลังใจ ให้กับทีมงาน เพื่อให้เห็นเป้าหมายขององค์กรและทีมเป็นเป้าหมายเดียวกัน ที่สอดคล้องกัน เพื่อให้ทำงานในทิศทางเดียวกัน

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า เราใช้การสื่อสารในชีวิตประจำวันตลอดเวลา ในกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้งวัน... ดังนั้นจะดีไหมคะ... ที่เราจะเริ่มให้ความสำคัญของการสื่อสารตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้การสื่อสาร “ชัดเจน” ก็จะช่วยปัญหาต่าง ๆ ได้มากเลย

5) ปั้นคน ให้เก่งและเป็นคนดี
ความจริงที่เราต้องยอมรับก็คือ คนเราทุกคน มีศักยภาพ มีจุดแข็ง และมีความแตกต่างกัน ไม่เหมือนกัน ซึ่งในมุมของผู้บริหาร และหัวหน้างานที่ต้องรับผิดชอบอีกหน้าที่หนึ่งคือ การทำ Coaching หรือการสอนงาน ปั้นคนให้เก่งและเป็นคนดี โดยเทคนิควิธีการง่าย ๆ ในการสอนงาน ก็คือ
• ค้นหาจุดแข็งของพนักงานให้พบ
• เริ่มสื่อสาร สร้างมิตรภาพที่ดีกับทีมงาน เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการโค้ชที่ดี
• วางแผนการโค้ชให้เหมาะสมกับคนแต่ละแบบ
• พูดคุยสร้างความเข้าใจระหว่างผู้สอนงาน และผู้เรียนรู้ให้เข้าใจวัตถุประสงค์ตรงกัน
• คิดเรื่องที่จะสอน เพื่อต่อยอดจุดแข็ง หรือพัฒนาจุดอ่อนให้พนักงาน
• ออกแบบแผนการสอนงาน และรูปแบบการสอนที่เหมาะสมกับผู้เรียน
• กำหนดระยะวันและระยะเวลาในการสอนงาน
• มอบหมายงาน ให้ทำ และติดตามผล คอยให้คำปรึกษา แนะนำ
• วัดผลการสอนงาน และหาวิธีการพัฒนาการสอนให้ดีขึ้น

การให้ที่มีคุณค่า คือ การให้ความรู้กับคน ดังนั้น อย่าลังเลที่จะดึงความรู้ความสามารถของเรามาถ่ายทอดให้กับทีมงานด้วยนะคะ... เพราะนั่นหมายถึงการที่คุณได้มอบสิ่งที่มีค่ามากกับทีมงานของคุณ

6) กลยุทธ์การรักษาบุคลากร
ในปัจจุบัน หลาย ๆ องค์กร พลาดที่ไม่รู้ว่าตัวเองมีพนักงานที่มีความสามารถอยู่ในองค์กร เพราะไม่ได้ให้ความสำคัญ หรือค้นหา Talent กลุ่มคนที่มีความสามารถโดดเด่นในองค์กร ปล่อยให้พนักงานทำงานตามศักยภาพ ตามที่ควรจะเป็น ซึ่งมารู้ตัวอีกครั้ง คนเก่งก็ลาออก คนดีก็หายไป หลังจากนั้นก็เกิดผลกระทบต่อการทำงาน ไม่ได้ประสิทธิผลอย่างที่ควรจะเป็น หรือที่เรียกว่า “พอรู้ว่าเป็นเพชร ก็ทำให้เพชรหลุดมือไปแล้ว”
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้คุณผู้อ่าน ไม่พลาดในการรักษาคนดี คนเก่งในองค์กร ลองใช้เทคนิควิธีการนี้นะคะ
กลยุทธ์การรักษาบุคลากร
• ส่งเสริม
องค์กร หรือหัวหน้างาน ควรจัดหากิจกรรม ช่วยค้นหา Talent หรือกลุ่มคนเก่ง ดี มีความสามารถโดดเด่นในองค์กร โดยจัดทำโครงการเสนอความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาองค์กร หรือกิจกรรมที่ช่วยทำให้เรามองเห็นศักยภาพของพนักงานได้อย่างชัดเจน
• ให้โอกาส
เมื่อเราพอจะเห็นแล้วว่าใครเป็น Talent ของเรา สิ่งที่เราควรทำถัดไป คือการสร้างโอกาส ให้งาน มอบหมายงาน ที่เป็นเวทีให้คนกลุ่มนี้ แสดงความคิด ความสามารถ ศักยภาพของตัวเองออกมาให้เด่นชัด เพื่อที่เราจะได้เห็นความมหัศจรรย์ในศักยภาพของคนแต่ละคน ซึ่งจะสามารถสร้างความแข็งแรงให้กับองค์กรได้อย่างดี รวมถึง ทำให้คนเก่งขององค์กร สนุกกับงาน และคิดสร้างสรรค์โครงการดี ๆ ผลงานดี ๆ เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างต่อเนื่อง ด้วยความภาคภูมิใจ
• เปิดรับความคิดเห็น
การรับฟัง เป็นอีกบทบาทหนึ่ง ที่ขอเสนอให้หัวหน้างาน ปรับบทบาทมาในมุมนี้ให้มากขึ้น ฟังให้มากขึ้น เพราะปัจจุบัน หัวหน้า หรือผู้บริหารส่วนใหญ่ มีทักษะการสื่อสาร ในเรื่องของการฟัง น้อยมาก ดังนั้นหากผู้บริหารเปิดรับความคิดเห็นของกลุ่ม Talent มากขึ้น บ่อยครั้ง จะได้รับข้อมูลดี ๆ ข้อคิดดี ๆ ความคิดเห็นที่น่าสนใจ พรั่งพรูออกมาให้เป็นไอเดียในการพัฒนาองค์กรได้มากขึ้น

7) ให้ทรัพย์สินที่มีค่าให้ติดตัวพนักงาน
การฝึกอบรม หรือพัฒนาทักษะให้พนักงาน เป็นการมอบทรัพย์สินที่มีค่าให้กับพนักงานติดตัวไปอีกนาน ดังนั้น หากเราสามารถเปิดใจพนักงาน สื่อสารให้เข้าใจถึงความปรารถนาดี หรือวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม หรือพัฒนาทักษะ เพื่อให้ตัวพนักงานเอง เกิดการเรียนรู้และพัฒนา ซึ่งผลดีนี้ จะไม่เกิดขึ้นเฉพาะองค์กรเท่านั้น ยังคงติดตัวพนักงานไปนานอีกหลายสิบปี ทีเดียว แต่พนักงานส่วนใหญ่ไม่รู้ ไม่คิด หรือไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก... น่าเสียดายจริง ๆ ดังนั้น ก็อยากที่เน้นให้คุณผู้อ่านทราบคือ... การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ ต้องทำให้ชัดเจน และเริ่มให้ทรัพย์สินที่มีคุณค่ากับพนักงานกันได้เลยค่ะ...
• สร้างการเรียนรู้ ให้ติดตัวพนักงาน
คนเราแตกต่างกัน ที่การเรียนรู้ ยิ่งเรียนรู้มาก ก็เหมือนกับต้นไม้ ที่เติมปุ๋ยมากขึ้น ต้นไม้ก็เติบโตแข็งแรง รากก็จะหยั่งรากลึก ทำให้เติบโตได้อย่างมีศักยภาพ ยิ่งเรียนรู้มาก ยิ่งเป็นทรัพย์สิน ที่สามารถเพิ่มคุณค่าให้กับตัวพนักงาน และผลการทำงานได้ดีขึ้น

• ปั้นสติ ให้ติดตัวพนักงาน
การที่คนส่วนใหญ่ใช้อารมณ์ มากกว่าเหตุผล ปัญหาต่าง ๆ จึงเกิดขึ้นมากมาย แต่ถ้าหากเรารู้ว่า เรากำลังทำอะไร เราควรทำเรื่องไหน ก่อนหลัง สิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้ ดีหรือยัง หรือต้องการการพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่านี้ หลาย ๆ ครั้ง ที่คนเราทำเรื่องผิดพลาด หรือตัดสินใจกับเรื่องสำคัญผิดพลาด เหตุผลหลักนั่นก็คือ การขาดสติ เพราะสติ ทำให้รู้ตัว สามารถที่อยู่เหนืออารมณ์ เราสามารถควบคุมเหตุการณ์หรือสิ่งต่าง ๆรอบตัวได้

• สร้างมุมมองคิดบวก ให้พนักงาน
การคิดบวก ช่วยทำให้เรามีความสุขได้เร็ว และง่าย ๆ กับวิธีคิดแบบนี้ ไม่ร้อนรน ไม่วุ่นวายใจ และทำให้เราสามารถมองเห็นโอกาส วิธีการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่าปกติ พนักงานในองค์กรมีวิธีการคิดที่แตกต่างกัน และต่างมีความคิดเป็นของตัวเอง คิดในรูปแบบของตัวเอง แต่ว่าจะดีมากเพียงใด ถ้าในความแตกต่างของความคิดของพนักงานทุกคน มีมุมมองของการคิดบวก คิดด้านดี คิดให้ความช่วยเหลือ
o ในกรณีที่เผชิญกับปัญหา สำหรับคนคิดบวกแล้ว นี่คือสิ่งที่ท้าทายความสามารถที่ทำให้เติบโตขึ้น แข็งแรงมากขึ้น ทำให้ได้เรียนรู้มากขึ้น
o ในกรณีที่ทำบางเรื่องผิดพลาดในครั้งแรก สำหรับคนที่คิดบวกแล้ว นี่คือการเรียนรู้อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ ทำให้ระวังและไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดแบบนี้เกิดขึ้นอีก
o หรือในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจเป็นแบบนี้ สำหรับคนคิดบวกแล้ว ก็จะตั้งคำถามขึ้นมาว่า “เราจะช่วยองค์กรทำอะไรได้บ้าง เพื่อทำให้องค์กรแข็งแรง สามารถฝ่าฟันอุปสรรคนี้ไปได้”

แน่นอนค่ะ... ผู้อ่านบางท่าน อาจจะเคยได้ยินเรื่องเหล่านี้มาบ้าง บางเรื่อง บางข้อ... แต่ยอมรับไหมคะ... ว่าบางครั้งเราได้เรียนรู้ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาหลักคือ รู้แล้ว แต่ไม่ได้ทำ เพราะไม่มีเวลา หรือมีเรื่องอื่นที่สำคัญมากกว่า ผู้เขียนขอให้ลองชั่งน้ำหนัก และลองทบทวนอีกครั้ง ถ้าเราทำ และสำเร็จ ผลที่เกิดขึ้นจะส่งผลได้ดีมากขึ้นเพียงใด ว่าจะไปสำหรับผู้เขียนแล้ว คิดว่าคุ้มค่านะคะ... ที่จะลองเริ่มต้นทำจริงจังกันสักตั้งหนึ่ง ก็ต้องท้าทายความสามารถของเราอีกครั้งแล้วหล่ะค่ะ... เป็นกำลังใจให้นะคะ

ด้วยความปรารถนาดีค่ะ... ทวีวรรณ กมลบุตร

www.topservicetraining.com

 
จำนวนผู้เข้าชม: 3077 ท่าน