หลักสูตรอบรม, หลักสูตรสัมมนา                      
Top Service Training
ติดต่อ กรอกข้อมูลการจองสัมมนา
Coaching Talk
Coaching Talk

ผลงานหนังสือ อ.ทวีวรรณ


ผู้จัดการมือใหม่ ปั้นได้

30 วิธีสร้างสรรค์งานบริการให้น่าประทับใจ


         

taweewan's diary


ทำอย่างไรให้คนมีแรงจูงใจจากความอยากและความกลัว

 

ทำอย่างไรให้คนมีแรงจูงใจจากความอยากและความกลัว

เขียนโดย...ณรงค์วิทย์ แสนทอง
วิทยากร ที่ปรึกษา นักเขียนอิสระ
narongwit@peoplevalue.co.th อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้ 

ถ้าถามคนที่ขยันและทุ่มเททำงาน คนที่มีพลัง มีความมุ่งมั่นทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จ หรือคนที่ทำอะไรโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย คำตอบที่ได้ เช่น

  • อยากให้ลูกเรียนจบปริญญาตรี
  • อยากมีฐานะร่ำรวย มีบ้าน รถ
  • อยากช่วยเหลือคนอื่น
  • กลัวว่าเวลาเจ็บป่วยแล้วไม่มีเงินมารักษา
  • กลัวว่าตอนแก่ๆจะไม่มีคนมาดูแล
  • กลัวว่าลูกๆจะลำบาก
  • ฯลฯ
     

ไม่ว่าคำตอบนั้นจะตอบว่าอะไร แหล่งกำเนิดของแรงจูงใจคนมาจากสองปัจจัยคือ แรงจูงใจที่เกิดจาก “ความอยาก” หรือแรงจูงใจที่เกิดจาก “ความกลัว” ถ้าใครมีทั้งอยากและกลัวในเวลาเดียวกันเรื่องเดียวกัน ก็ยิ่งทำให้ระดับแรงจูงใจเพิ่มสูงขึ้น

ความกลัวและความอยากเปรียบเสมือนน้ำมันเชื้อเพลิงของชีวิตที่จะช่วยให้ชีวิตเราเดินไปสู่เป้าหมายได้เร็วกว่าหรือนานกว่า ถ้าเราสามารถสร้างความอยากและความกลัวให้กับชีวิตได้มากพอและต่อเนื่อง รับรองได้ว่าชีวิตเราจะเป็นชีวิตที่มีพลังขับเคลื่อนเต็มถังตลอดเวลา
ลองมาดูว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยให้เรามีแรงจูงใจไม่มีวันหมด 

  • สร้างความกลัวจากเหตุการณ์ในอดีต
    ใครก็ตามที่เคยผ่านชีวิตที่ยากลำบากมาก่อน ลองนั่งนึกทบทวนชีวิตที่ผ่านมาในอดีตดูว่าในช่วงที่ชีวิตลำบากนั้นเคยรู้สึกอย่างไร คิดอย่างไร เราอยากจะกลับไปเจอกับชีวิตแบบนั้นอีกหรือไม่ ถ้าไม่ต้องการพบเจออีก ก็ต้องมีสร้างแรงจูงใจทำให้ชีวิตเดินไปข้างหน้าเพื่อชีวิตที่ดีกว่าไม่หันหน้ากลับไปหาชีวิตเหมือนที่เคยเจอมาในอดีต เราต้องนึกภาพของความยากลำบากนี้ไว้ตลอดเวลาว่าเราต้องทำทุกอย่างในวันนี้อย่างเต็มที่เพื่อหลีกหนีภาพชีวิตในอดีตให้ไกลมากที่สุดเท่าที่จะไกลได้ เมื่อไหร่เบื่อ เมื่อไหร่ท้อ ให้นึกถึงเหตุการณ์ในอดีตไว้ เช่น
    • วันนี้รู้สึกเบื่องานที่ทำ…ให้นึกถึงตอนที่เราเคยตกงานและไม่มีเงินใช้
    • วันนี้รู้สึกเบื่อพ่อแม่…ให้นึกถึงวันที่เราเคยเสียญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือ
    • วันนี้เราไม่อยากออกำลังกาย…ให้นึกถึงวันที่เราเคยเจ็บป่วยนอนอยู่ในโรงพยาบาล
    • วันนี้รู้สึกเบื่อคนรอบข้าง…ให้นึกถึงวันที่เราเคยหลงทางหรือถูกทอดทิ้งให้อยู่คนเดียวไม่มีใครเป็นเพื่อน

     
  • สร้างความกลัวจากเรื่องราวชีวิตของผู้อื่น
    มีหลายเรื่องที่เราไม่ต้องผ่านประสบการณ์จริง แต่เราสามารถนำเอาประสบการณ์จากชีวิตคนอื่นมาสร้างความกลัวเพื่อให้เปลี่ยนความกลัวนั้นให้เป็นพลังได้เหมือนกัน และเราควรจะสร้างความกลัวให้เกิดขึ้นก่อนที่เราจะเจอเหตุการณ์นั้นจริง เช่น
    • เมื่อไหร่ที่เราสุขภาพแข็งแรง…ให้แวะไปเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลบ้าง เพื่อให้เรามีแรงจูงใจดูแลสุขภาพตัวเองตั้งแต่ยังไม่เจ็บป่วย
    • เมื่อไหร่ที่เรามีเงิน….ให้ดูเรื่องราวของคนที่ดิ้นรนต่อสู้ชีวิตเพื่อทำมาหาเลี้ยงชีพบ้าง เพื่อเอาข้อคิดของเรามาเสริมพลังชีวิตให้กับเรา
    • เมื่อไหร่ที่เรามีความสุข....ให้ดูหรืออ่านเรื่องราวของคนที่มีความทุกข์ในเรื่องต่างๆบ้าง เพื่อนำเอาความกลัวของเขามาเป็นพลังใจของเรา

     
  • สร้างความกลัวจากความเสี่ยงในชีวิต
    ถ้าเราคิดว่าเราจะฝึกว่ายน้ำเมื่อเรากำลังจะจมน้ำตายคงไม่ได้ผล เช่นเดียวกับการที่เราจะไปสร้างแรงฮึดแรงจูงใจในเวลาที่เราย่ำแย่ คงสร้างไม่ได้แน่ๆ ดังนั้น เราควรสร้างแรงจูงใจจากการสร้างภาพหลอกหลอนตัวเองให้รู้สึกกลัวความเสี่ยงต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นกับชีวิตเอาไว้ก่อน เช่น
    • ถ้าเราเจ็บป่วยทำงานไม่ได้เราจะเอาเงินที่ไหนใช้ ...เพื่อจะได้สร้างแรงจูงใจในการเก็บออมเงินตั้งแต่ตอนนี้
    • ถ้าเรามีปัญหาครอบครัวเราจะทำอย่างไร.... เพื่อจะได้สร้างแรงจูงใจในการเข้าวัดเข้าวาฝึกสมาธิ ฝึกการดับทุกข์
    • ถ้าเราตกงานเราจะทำอย่างไร...เพื่อเราจะได้ขยันทำงาน ขยันเรียนรู้ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอาไว้เป็นภูมิคุ้มกันการตกงาน

     
  • สร้างความกลัวจากความสำเร็จ
    คนจนมักจะมีความเสี่ยง ความกลัว และความกังวลน้อยกว่าคนรวย เพราะคนจนไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาขโมยทรัพย์สิน ไม่ต้องกลัวว่าเงินจะมีน้อยลง ไม่ต้องกลัวว่าดอกเบี้ยต่ำ ดังนั้น เราสามารถใช้ความสำเร็จในเรื่องต่างๆสร้างความกลัวให้เกิดเป็นแรงจูงใจได้ เช่น
    • เมื่อไหร่ที่เรามีเงิน.....ให้คิดว่าถ้าเงินน้อยลงหรือหมดไปจะทำอย่างไร เพื่อสร้างแรงจูงใจในการใช้เงินอย่างประหยัดและแรงจูงใจในการหาเงินมาเพิ่ม
    • เมื่อไหร่ที่เราได้รับการเลื่อนตำแหน่ง ได้งานใหม่เงินเดือนสูงกว่าเดิม....ให้คิดว่าถ้าทำงานใหม่ไม่สำเร็จจะทำอย่างไร เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ตัวเองตั้งแต่วันแรกที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งหรือเข้าทำงานใหม่
    • เมื่อไหร่ที่เรามีชื่อเสียงให้คิดว่าทำอย่างไรให้ชื่อเสียงไม่กลายเป็นชื่อเสีย เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการรักษาชื่อเสียงนั้นให้คงอยู่กับเราไปนานๆ

     
  • สร้างความอยากจากความฝัน
    ความฝันคือภาพชีวิตที่ความคิดเดินนำทางไปยังอนาคต เป็นภาพจินตนาการที่เราอยากเป็น อยากเห็น อยากมี หรืออยากได้ คนส่วนใหญ่มักจะวิ่งไล่ล่าหาความฝันของตัวเอง ใครที่มีความฝันคนนั้นย่อมมีเป้าหมาย ใครไม่มีความฝัน คนนั้นมักจะไร้จุดหมาย ถ้าเราต้องการสร้างแรงจูงใจให้ตัวเองมีพลังล้นถัง เราต้องเอาความฝันนั้นมาหลอกหลอนตัวเองทุกวัน เพื่อให้อุณหภูมิของความฝันร้อนขึ้นๆจนกลายเป็นพลังที่มากเพียงพอสำหรับการขับเคลื่อนชีวิตไปสู่จุดหมายที่ต้องการ เช่น
    • ถ้าเราฝันอยากเป็นนักธุรกิจ เราจะมีพลังในการอยากคิด อยากเรียนรู้และอยากลองทำธุรกิจ
    • ถ้าเราฝันอยากเป็นคนที่มีความสุขแบบพอเพียง เราจะมีพลังในการจัดการกับกิเลส ความโลภของตัวเอง
    • ถ้าเราฝันอยากจะช่วยเหลือผู้อื่น เราจะมีพลังทุกครั้งเมื่อเห็นผู้อื่นเดือดร้อนหรือมีความทุกข์
     
  • สร้างความอยากจากความสำเร็จของผู้อื่น
    คนเรามักจะมีบุคคลต้นแบบอยู่ในใจ บางคนมีคนต้นแบบเพียงคนเดียว บางคนมีคนต้นแบบหลายคน แต่ละคนก็เป็นต้นแบบกันคนละเรื่องสองเรื่อง เราสามารถสร้างแรงจูงใจจากความอยากเป็นเหมือนคนต้นแบบได้ เช่น
    • ถ้าเราอยากเป็นนักร้องเหมือนนักร้องดังคนหนึ่ง เราจะมีพลังในการติดตามข่าวสาร มีพลังในการทำตามนักร้องคนนั้น
    • ถ้าเราอยากเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเหมือนนักธุรกิจคนหนึ่ง เราจะมีพลังในการเรียนรู้ประวัติชีวิตความเป็นมาของเขา เราจะมีพลังจากคำพูดหรือวาทะเด็ดๆของคนๆนั้น เราจะมีพลังในการพยายามเข้าหาหรือเข้าถึงตัวบุคคลคนนั้น

    ทั้งหมดนี้คงจะพอเป็นแนวทางและตัวอย่างในการสร้างแรงจูงใจในชีวิตจาก “ความอยาก” และ “ความกลัว” ได้บ้างนะครับ อย่าลืมว่าการเปลี่ยนความอยากและความกลัวให้กลายเป็นแรงจูงใจเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ สิ่งที่สำคัญคือต้องมีแรงจูงใจมากพอและต่อเนื่อง จึงจะทำให้ชีวิตเดินไปข้างหน้าโดยไม่สะดุด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านผู้อ่านคงจะสร้างสามารถสร้างแรงจูงใจให้กับตัวเองได้ด้วยตัวเองนะครับ 
     

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วันเวลาที่เขียน วันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 เวลา 07.00 – 08.25 น.
สถานที่เขียน ร้าน au bon pain ใต้ตึก Sun Tower ระหว่างนั่งรอให้คำปรึกษาบริษัท IRPC
มูลเหตุจูงใจ คนส่วนใหญ่ที่ได้พูดคุยด้วยมักจะหาแรงจูงใจไม่เจอหรือหาเจอแต่ไม่สามารถ
รักษาระดับแรงจูงใจให้มากเพียงพอที่จะผลักดันชีวิตให้เดินไปสู่เป้าหมายได้ 

 
จำนวนผู้เข้าชม: 2902 ท่าน