หลักสูตรอบรม, หลักสูตรสัมมนา                      
Top Service Training
ติดต่อ กรอกข้อมูลการจองสัมมนา
Coaching Talk
Coaching Talk

ผลงานหนังสือ อ.ทวีวรรณ


ผู้จัดการมือใหม่ ปั้นได้

30 วิธีสร้างสรรค์งานบริการให้น่าประทับใจ


         

taweewan's diary


สร้างจุดแข็งให้เป็นจุดเด่น โดยอาจารย์ณรงค์วิทย์ แสนทอง

 

สร้างจุดแข็งให้เป็นจุดเด่น

เขียนบทความ โดยอาจารย์ณรงค์วิทย์ แสนทอง

ผมเชื่อว่าคนหลายคนมีศักยภาพในตัวเองสูงมาก แต่มักจะไม่มีโอกาสดึงเอาศักยภาพที่มีอยู่ออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ อาจจะเป็นเพราะว่า “ไม่มั่นใจ” หรือ “ไม่มีสิ่งกระตุ้น” หรือ “ไม่รู้ว่าตัวเองมี” หรือ “รู้ว่ามี แต่ไม่รู้จะดึงออกมาได้อย่างไร”   แต่....จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ถ้าเราไม่สามารถดึงเอาศักยภาพที่มีอยู่ภายในออกมาใช้งานได้ ศักยภาพนั้นๆไม่มีความหมายอะไร ศักยภาพเปรียบเสมือนบ่อก๊าซหรือน้ำมันที่มีอยู่ใต้ดิน ตราบใดที่ยังไม่มีใครขุดขึ้นมาใช้งาน มูลค่าที่แท้จริงของมันก็ยังไม่เกิดขึ้น
ถ้าใครได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง หรือได้มีโอกาสเข้าฟังการสัมมนาในหัวข้อนี้ จะพบว่าส่วนใหญ่มักจะเน้นให้เรามุ่งเน้นการพัฒนาทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งของตัวเอง แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมพบว่าคนส่วนใหญ่มักจะเสียเวลากับการพัฒนาจุดอ่อนของตัวเองมากถึงมากเกินไป ทำให้พลาดโอกาสในการพัฒนาจุดแข็งของตัวเองไป เราอาจจะเสียเวลานานมาก ทุ่มเททรัพยากรมากมาย เพื่อพัฒนาจุดอ่อน(ความสามารถที่ต่ำกว่าคนทั่วไป) แต่อย่าลืมนะครับว่าความสำเร็จในการพัฒนาจุดอ่อนนั้นดีที่สุดก็คงเป็นเพียงการได้มาซึ่งความสามารถที่เท่าเทียมหรือดีกว่าคนทั่วไปเล็กน้อยเท่านั้น 
 
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผมจะขอยกตัวอย่างดังนี้ ถ้าคนๆหนึ่งเป็นคนที่มีความสามารถด้านการเป็นวิทยากร แต่ไม่เก่งคอมพิวเตอร์ ไม่เก่งบัญชี ไม่เก่งภาษาต่างประเทศ ถ้าคนๆนี้มัวแต่เสียเวลากับการพัฒนาจุดอ่อนทั้งสามอย่างนี้ รับรองได้ว่าดีที่สุดก็คือ เก่งคอมพิวเตอร์ เก่งบัญชี หรือเก่งภาษาต่างประเทศเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่...ผมเชื่อว่าความเก่งที่เพิ่มขึ้นมานี้คงจะไม่ถึงระดับที่ได้รับการยอมรับว่าเก่งที่สุดในเรื่องคอมพิวเตอร์ บัญชี หรือ ภาษาต่างประเทศอย่างแน่นอน  อย่างดีที่สุดก็แค่เพียงแก้จุดอ่อนให้หายไปเท่านั้นเอง  
 
 
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น........เหตุผลสำคัญที่ผมคิดว่าการพัฒนาจุดอ่อนนั้นทำได้ดีที่สุดก็แค่เสมอหรือดีกว่ากับคนทั่วๆไปเล็กน้อย นั้นๆมี 2 ประการคือ  
 
1.     จุดเริ่มต้นของการพัฒนาจุดอ่อนของเราห่างไกลจากคนที่เขามีเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น โอกาสที่เราจะพัฒนาในเรื่องนั้นๆให้สามารถแซงหน้าคนที่เขาเก่งเรื่องนี้เป็นทุนอยู่แล้วนั้นมันมีโอกาสน้อยมาก   
 
2.     จุดอ่อนส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่คนๆนั้นไม่ถนัดและไม่ค่อยชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้น เมื่อมีการพัฒนาก็ไม่ได้ทุ่มเทใจให้ทั้งหมด เพราะถ้าเขาชอบในเรื่องนั้นๆ มันก็คงจะไม่เป็นจุดอ่อนจนถึงปัจจุบันนี้หรอก  
 
 
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เพื่อต้องการให้ใครก็ตามที่ต้องการพัฒนาตัวเอง กรุณาเปลี่ยนวิธีคิดเสียใหม่ โดยการมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาจุดแข็งให้เป็นจุดเด่นให้มากขึ้น อย่าเสียเวลาพัฒนาจุดอ่อนให้มากจนเกินไป ควรเอาเวลา ทรัพยากรที่มีอยู่มาพัฒนาจุดแข็งให้เป็นจุดเด่นจะดีกว่า เพราะถ้าเราสามารถพัฒนาจุดแข็ง(ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เราชอบอยู่แล้ว) ให้โดดเด่นขึ้นมา โอกาสที่จุดอ่อนของเราจะถูกกำจัดก็มีมากขึ้น ตัวอย่างเช่น นักมวยที่พัฒนาฝีมือการชกจนได้เป็นแชมป์โลก มีชื่อเสียงขึ้นมา เดิมทีอาจจะมีจุดอ่อนที่พูดไม่เก่ง แต่เมื่อเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงจากการชกมวยแล้ว มีโอกาสได้ให้สัมภาษณ์ มีโอกาสพูดมากขึ้น มีคนเก่งๆเรื่องการพูดเข้ามาหามากขึ้น  โอกาสที่จุดอ่อนจะถูกกำจัดไปก็ง่ายขึ้น (เราจะเห็นว่านักมวยที่อดีตพูดไม่เก่ง ปัจจุบันนี้เป็นดาราไปแล้วก็มี) คนที่ทำธุรกิจเก่ง แต่ไม่เก่งภาษาต่างประเทศ วันหนึ่งเมื่อประสบความสำเร็จในธุรกิจแล้ว ก็สามารถกำจัดจุดอ่อนไปได้เช่นเดียวกัน เพราะสามารถว่าจ้างชาวต่างประเทศมาทำงานกับบริษัทของตัวเองได้ หรือไม่ก็ต้องติดต่อกับต่างประเทศมากขึ้น   นักฟุตบอลบางคนไม่จบการศึกษาอะไรมา แต่เมื่อมีชื่อเสียงขึ้นมาต่างประเทศซื้อตัวไปเล่น แน่นนอนว่าภาษาอังกฤษซึ่งเดิมเป็นจุดอ่อนของเขา จะถูกพัฒนาไปเองโดยอัตโนมัติเมื่อได้มีโอกาสไปเล่นที่ต่างประเทศ   
ผมขอเสนอแนะแนวทางในการสร้างจุดแข็งให้เป็นจุดเด่นดังนี้   
  • ค้นหาจุดแข็งของตัวเอง เราต้องทราบก่อนว่าจุดแข็งของเราคืออะไร และจุดแข็งอะไรที่เราชอบด้วย และลองวิเคราะห์ดูว่าจุดแข็งที่เรามีอยู่นั้น มีโอกาสไปสู่ความสำเร็จมากน้อยเพียงใด เช่น คนบางคนชอบแต่งเพลง ให้เราลองวิเคราะห์ดูว่าคนแต่งเพลงในเมืองไทยมีทั้งหมดกี่คน โอกาสที่เราจะก้าวเข้าไปสู่ในวงการนี้มีมากน้อยเพียงใด สรุปง่ายๆคือให้หาจุดแข็งในด้านที่มีโอกาสพัฒนาขึ้นมาเป็นจุดเด่นได้นั่นเอง  
  • เลือกจุดแข็งที่เราชอบมาพัฒนา เพราะอะไรก็ตามที่เรามีใจชอบหรือรักสิ่งนั้นเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว เราจะทำสิ่งนั้นได้ดี ถ้าไม่เชื่อว่าอะไรที่เราชอบเราจะทำได้ดีหรือทำอย่างเต็มที่ ลองไปดูคนที่ชอบดื่มเหล้าซิครับ ไม่ว่าฝนจะตกฟ้าจะร้องอย่างไร ถ้าเพื่อนนัดไปดื่มเหล้า เขาจะต้องไปให้ได้ ไม่เคยหาข้ออ้างว่าทำไมถึงไปสายหรือไปไม่ได้ (เหมือนกับข้ออ้างของคนที่มาทำงานสาย) คนที่ชอบช๊อปปิ้ง จะเดินดูของได้ทั้งวัน ไม่เคยบ่นว่าเมื่อย เพราะเขาทำในสิ่งที่เขาชอบ การเลือกทำในสิ่งที่เราชอบ ถือว่าเป็นแรงจูงใจภายใน คุณสมบัติของแรงจูงใจภายในคือไม่ค่อยเสื่อมถอยหรือหมดพลังไปกับกาลเวลาไม่เหมือนกับแรงจูงใจภายนอกที่มักจะเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา เช่น เงินเดือน (แรงจูงใจภายนอก) จะจูงใจคนได้อยู่เพียงเดือนแรกที่ได้รับเงินเดือนใหม่ หลังจากนั้นแรงจูงใจนั้นก็จางหายไป   
  • เริ่มพัฒนาจุดแข็งก่อนผู้อื่นจะได้เปรียบ เช่น ถ้าเราเริ่มก้าวเข้าสู่วงการเขียนหนังสือตั้งแต่อายุยังไม่เยอะ วันหนึ่งนักเขียนอาวุโสก็ต้องจากเราไป หรือไม่ก็แก่จนไม่สามารถเขียนหนังสือได้แล้ว ถ้าเราเริ่มเข้าสู่วงการนี้ก่อน เมื่อวันเวลาผ่านไป แน่นอนเราก็คงจะมีพรรษาในเรื่องนี้มากขึ้น โอกาสที่จะเป็นคนที่โดดเด่นในด้านนี้ก็มีสูงเช่นกัน อย่างนี้เขาเรียกว่า การวางแผนกลยุทธ์เพื่อพัฒนาจุดแข็งให้เป็นจุดเด่นในระยะยาว   
สรุป การพัฒนาตัวเองให้ประสบความสำเร็จไปพร้อมๆกันทุกด้านคงจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากสำหรับชีวิตคนหนึ่งคน แต่ถ้าเราเลือกเอาจุดแข็งมาพัฒนาให้เป็นจุดเด่น ผลพวงแห่งความสำเร็จของจุดเด่นนั้นจะช่วยสร้างบารมี สร้างโอกาสให้เราได้พัฒนาจุดอ่อนไปเองโดยอัตโนมัติ ผมจึงอยากจะให้ผู้อ่านทุกท่านจงลดความพยายามในการพัฒนาจุดอ่อนลง แล้วหันมาทุ่มเทกับการพัฒนาจุดแข็งให้เป็นจุดเด่นมากยิ่งขึ้น แล้วท่านจะก้าวไปสู่ความสำเร็จที่เร็วขึ้นหรือยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าที่ควรจะเป็นนะครับ 

 
จำนวนผู้เข้าชม: 4890 ท่าน